วันพระ 2557 / ค.ศ.2014

ปฏิทิน 2557 , ปฏิทิน มกราคม 2557 , ปฏิทิน 100ปี 2557 , ปฏิทินจีน 2557 , ปฏิทินโหรฯ(สุริยยาตร์) , ปฏิทินโหรฯ(นิรายนะ-ลาหิรี)
พ.ศ./ค.ศ.*
มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
 
พิมพ์

วันพระ 2557


วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หรือ วันอุโบสถ หมายถึง วันประชุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาในพระพุทธศาสนาประจำสัปดาห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปอีกคำหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" อันได้แก่วันถือศีลฟังธรรม (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) โดยวันพระเป็นวันที่มีกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ โดยมีเดือนละ 4 วัน ได้แก่ วันขึ้น 8 ค่ำ, วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ), วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ)

วันพระนั้นเดิมเป็นธรรมเนียมของปริพาชกอัญญเดียรถีย์ (นักบวชนอกพระพุทธศาสนา) ที่จะประชุมกันแสดงธรรมทุก ๆ วัน 8 ค่ำ 15 ค่ำ ซึ่งในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังคงไม่ได้ทรงวางระเบียบในเรื่องนี้ไว้ ต่อมาพระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลพระราชดำริของพระองค์ว่านักบวชศาสนาอื่นมีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าพุทธศาสนายังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้มีการประชุมพระสงฆ์ในวัน 8 ค่ำ 15 ค่ำ และอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวันดังกล่าว โดยตามพระไตรปิฎกเรียกวันพระว่า วันอุโบสถ (วัน 8 ค่ำ) หรือวันลงอุโบสถ (วัน 14 หรือ 15 ค่ำ) แล้วแต่กรณี

หลังจากนั้น พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะสืบมา โดยจะเป็นวันสำคัญที่พุทธศาสนิกชนจะไปประชุมกันฟังพระธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ที่วัด ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานว่าได้มีประเพณีวันพระมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

วันพระในปัจจุบัน คงเหลือธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แต่เฉพาะประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท เช่น ศรีลังกา, พม่า, ไทย, ลาว และเขมร (ในอดีตประเทศเหล่านี้ถือวันพระเป็นวันหยุดราชการ) โดยพุทธศาสนิกชนเถรวาทนับถือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญที่จะถือโอกาสไปวัดเพื่อทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์และฟังพระธรรมเทศนา สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในพระพุทธศาสนาอาจถือศีลแปดหรือศีลอุโบสถในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใด ๆ โดยเชื่อกันว่าการทำบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปมากกว่าในวันอื่น

ในประเทศไทย หลังจากวันพระได้ถูกยกเลิกไม่ให้เป็นวันหยุดราชการ ทำให้วันพระที่กำหนดวันตามปฏิทินจันทรคติส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับปฏิทินที่ใช้กันอยู่ทั่วไป (เช่น วันพระไปตรงกับวันทำงานปกติ) ซึ่งคือหนึ่งในสาเหตุสำคัญในปัจจุบันที่ทำให้พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยห่างจากการเข้าวัดเพื่อทำบุญในวันพระ

นอกจากนี้ ในประเทศไทยยังมีคำเรียกวันก่อนวันพระหนึ่งวันว่า วันโกน เพราะปกติในวันขึ้น 14 ค่ำปกติ ก่อนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เป็นธรรมเนียมของพระสงฆ์ในประเทศไทยที่จะโกนผมในวันนี้

การเตรียมตัวไปวัดเพื่อทำบุญ

การเตรียมตัวไปวัดเพื่อทำบุญต้องเตรียมความพร้อม องค์ประกอบ 3 ประการคือ

1. การเตรียมกาย
ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวเรียบ หรือสีที่ ไม่ฉูดฉาด ไม่หลวมไม่คับเกินไป เนื่องจากจะไม่คล่องตัว ไม่ประดับร่างกายด้วยเครื่องประดับ ไม่ใช้เครื่องประทินผิว เช่น น้ำหอม เป็นต้น รับประทานอาหารแต่พอดี ไม่อิ่มจน อึดอัด เพื่อประทังความหิว เนื่องจากหากมีอาการหิว กระหายจะทำให้จิตใจไม่สบายไปด้วย ควรงดเว้นอาหาร ที่อาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสีย เป็นต้น

2. การเตรียมใจ
ให้ตัดความวิตกกังวลที่จะเกิดขึ้น เช่น เรื่อง ครอบครัวเรื่องการงานเป็นต้น

3. การเตรียมสิ่งของ
ให้จัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนเพื่อบูชาพระ อาหาร หวานคาว รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ (ปัจจัยไทยธรรม) เพื่อไป ถวายพระสงฆ์ตามกำลังและความศรัทธา

ขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม

การปฏิบัติกิจกรรมในการทำบุญของแต่ละวัด อาจจะแตกต่างกันในรายละเอียด แต่หลักปฏิบัติโดยส่วนใหญ่แล้วทุกวัดจะปฏิบัติเหมือนกันคือ

1. การทำวัตรสวดมนต์ (พระสงฆ์จะทำวัตร สวดมนต์ก่อน เมื่อพระสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์จบแล้ว อุบาสกอุบาสิกาจึงทำวัตรสวดมนต์ต่อจากพระสงฆ์ บางวัดอาจจะสวดมนต์แปล แต่บางวัดอาจจะสวดมนต์เป็นล้วน ๆไม่สวดแปลให้ทำตามธรรมเนียมของวัดนั้นๆ)

2. การรับศีล ในวันธรรมดาโดยทั่วไปจะสมาทานศีล 5 ในวันธรรมสวนะ (วันพระ) จะสมาทานอุโบสถศีลหรือศีลอุโบสถมี 8 ข้อ

3. การฟังธรรม

4. การบำเพ็ญจิตภาวนา

5. การถวายสังฆทาน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม    
เดือนไทย(เดือนจันทรคติ) : (1:เดือนอ้าย , 2:เดือนยี่ , 3:เดือนสาม , 4:เดือนสี่ , 5:เดือนห้า , 6:เดือนหก, 7:เดือนเจ็ด , 8:เดือนแปด , 88:เดือนแปดหลัง , 9:เดือนเก้า , 10:เดือนสิบ , 11:เดือนสิบเอ็ด , 12:เดือนสิบสอง) 88 : เดือนแปดหลัง มีเฉพาะในปีอธิกมาส , ปกติมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ เดือนคู่ ข้างขึ้นข้างแรม 15 วัน และเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน (รวม 354 วัน) , ปกติมาส-อธิกวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน (รวม 355 วัน) , อธิกมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่มีเดือนแปดสองหน เพิ่มวัน 30 วัน (รวม 384 วัน) , ปกติสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 365 วัน ตามรอบสุริยคติ , อธิกสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 366 วัน ตามรอบสุริยคติ(เดือนกุมภาพันธ์ มี 29 วัน) , วันพระ : ขึ้น 8 ค่ำ , ขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ) , แรม 8 ค่ำ , แรม 15 ค่ำ หากเดือนใดเป็นเดือนขาด (เดือนคี่ 1:เดือนอ้าย , 3:เดือนสาม , 5:เดือนห้า , 7:เดือนเจ็ด , 9:เดือนเก้า , 11:เดือนสิบเอ็ด ) ถือเอาแรม 14 ค่ำ เป็นวันพระ , รอบวันทางจันทรคติไทย นับตามเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง หรือประมาณ เวลา 06:00น. ถึง 05:59น.
หมายเหตุ ปฏิทินวันพระ 2557/2014
ปฏิทินในปัจจุบันนำเสนอผ่านสื่อหลายรูปแบบทั้งปฏิทินกระดาษทั้งแขวนและตั้งโต๊ะ นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปฏิทินแบบสุริยคติตามนานาๆประเทศ การใช้งานคงไม่มีปัญหามากนักเพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว อาจมีปีศักราชที่อ้างอิงต่างกันเท่านั้น เรื่องปฏิทินหากย้อนไปประมาณ 100 กว่าปี หรือก่อนปี พ.ศ.2456 ประเทศไทยยังใช้ปฏิทินจันทรคติเป็นหลัก ตอนนั้นชื่อเดือน มกราคม-ธันวาคม ยังไม่มีใครรู้จัก ผู้คนยุคนั้นจะรู้จักวันแรมค่ำ เดือนอ้ายยี่ ปีชวด ฉลู ฯ หรือจดจำวันเกิดตามปฏิทินจันทรคติ เช่น เกิดวันศุกร์ เดือนยี่ ปีกุน เท่านั้น

หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเริ่มใช้วันเดือนปีสุริยคติตามสากล ปฏิทินจันทรคติก็ลดบทบาทลงเกือบจะหายไป แต่ก็ยังคงเหลือใช้เฉพาะกลุ่ม เช่น ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสนา วัฒนธรรม ส่วนอื่นๆ จะใช้ปฏิทินสุริยคติแบบสากลเกือบทั้งหมด ดังนั้น หากจะใช้ปฏิทินในทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม หรือ วันสำคัญทางพุทธศาสนา ก็ควรต้องเข้าใจหลักปฏิทินจันทรคติแบบเก่าด้วย จะนำเงือนไขกฏเกณฑ์ปฏิทินสุริยคติปัจจุบันมาใช้ไม่ได้ ต้องเปรียบเทียบหาวันเวลาที่ถูกต้องก่อนใช้

ในส่วนหมายเหตุนี้ จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมของปฏิทินจันทรคติไทย ทั้งในลักษณะการใช้งาน ที่มาที่ไป กฏเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆ ที่ควรทราบ เพื่อให้เข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และเพื่อให้การใช้งานปฏิทินจันทรคติไทยนี้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงสรุปข้อมูลเป็นข้อๆ ดังนี้

1. ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนปีนักษัตร(ชวด,ฉลู,ขาล,เถาะ) ตามคติพราหมณ์เกณฑ์ปฏิทินจันทรคติไทย คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) โดยปี พ.ศ.2557 ปีมะเมีย จะเริ่มตั้งแต่ วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2557 เวลา 06:15น. เป็นต้นไป , ข้อมูลปฏิทินชุดนี้ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ.2300 - พ.ศ.2584 หรือ 284 ปีเท่านั้น , รอบวันทางจันทรคติ เริ่มตั้งแต่เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง หรือประมาณ เวลา 06:00น.

2. วันสำคัญทางพุทธศาสนา ได้กำหนดตามเงื่อนไขปฏิทินจันทรคติ , วันสำคัญอื่นๆ เงื่อนไขตายตัวได้กำหนดตามปฏิทินสุริยคติ ทั้งนี้บางวันสำคัญจะเริ่มแสดงผลตามปีที่ประกาศใช้วันสำคัญนั้นๆ เช่น วันรัฐธรรมนูญ เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2475 เป็นต้นมาดังนั้นปีก่อนหน้านั้นจะยังไม่มีวันรัฐธรรมนูญ ,

วันสำคัญ วันหยุดชดเชยหรืออื่นๆ ที่มีกำหนดการไม่แน่นอน เช่น วันพืชมงคลซึ่งถูกกำหนดวันโดยสำนักพระราชวัง วันหยุดพิเศษตามสถานการณ์ ตามประกาศ ครม. รวมถึง วันตรุษจีน วันสารทจีน จะมีข้อมูลย้อนหลังถึงปี 2540 ส่วนข้อมูลปีปัจจุบันจะอัปเดทเพิ่มเติมปีต่อปี หรือตามประกาศเป็นครั้งๆไป

3. จุลศักราช ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ วันที่ 16 เมษายน ตามหลักที่ถูกแล้วต้องเปลี่ยนหลังจากวันเถลิงศก ซึ่งคำนวณตามคัมภีร์สุริยาตร์ โดยจะอยู่ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน วันเดียวกันอาจมี 2 จุลศักราชก็เป็นได้เพราะมีช่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ปฏิทินด้านบนจึงแสดงผลภาพรวมเพื่อให้ครอบคลุม ซึ่งปีจุลศักราชอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามถ้าจำเป็นต้องใช้ปีจุลศักราช ก็ได้คำนวณวันเถลิงศกตามคัมภีร์สุริยาตร์ไว้แล้ว รายละเอียดเพิ่มเติม ประกาศสงกรานต์ พ.ศ. 2557 ดังนั้นวันเวลาหลังจากนี้จะเปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ปีจุลศักราช 1376 ส่วนวันเวลาก่อนหน้านี้ยังคงเป็นปีจุลศักราช 1375 อยู่ ทั้งนี้กาลโยคจะเริ่มใช้หลังวันเถลิงศกนี้เช่นกัน

รัตนโกสินทรศก เริ่มใช้จริงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2432 (ปีเดียวกันที่เริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่) และยกเลิกใช้งานเมื่อ พ.ศ.2455 , ปฏิทินชุดนี้ ย้อนหลังรัตนโกสินทรศก 1 ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2325 ช่วงเวลาก่อน เมษายน พ.ศ.2325 จะแสดงรัตนโกสินทรศก 0 ทั้งหมด ทั้งนี้แม้จะยกเลิกใช้งานไปแล้ว ปฏิทินชุดนี้การแสดงผลปีปัจจุบันยังนับปีรัตนโกสินทรศกให้อยู่

4. วันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ตามคติพราหมณ์ และใช้จนถึงวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) พ.ศ.2432 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2432 (รัตนโกสินทร์ศก. 108) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็น วันที่ 1 เมษายน แทน และใช้จนถึง พ.ศ.2483 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไทยตามสากลประเทศ จากวันที่ 1 เมษายน เป็น วันที่ 1 มกราคม เริ่มใช้เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นต้นมา , ปี พ.ศ.2483 ถ้านับถึงเปลี่ยนปีใหม่ เลือนวันจาก 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม เปลี่ยนปีเร็วขึ้น จำนวนเดือนจึงหายไป 3 เดือน ดังนั้นในปี พ.ศ.2483 หากนับช่วงเวลาจะมี 9 เดือน โดยวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2483 - 31 มีนาคม พ.ศ.2483 ไม่มีอยู่จริงตามปฏิทินไทย แต่ตามปฏิทินสากล ซึ่งตรงกับ ปี ค.ศ.1940 ช่วงเวลาดังกล่าวมีอยู่

ช่วงก่อนปี พ.ศ.2483 ปฏิทินชุดนี้จะแสดงปีที่คาบเกี่ยวกัน เพราะยังนับวันเปลี่ยนปีใหม่วันที่ 1 เมษายน เช่น 2482(2481) ซึ่งค่าแรก 2482 เป็นปี พ.ศ. ที่ได้จากปี ค.ศ.+543 คือนับ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ ส่วนค่าในวงเล็บ(2481) เป็นปี พ.ศ.ไทยที่ใช้จริงหรือที่เรียกปี พ.ศ. ในช่วงเวลานั้นๆซึ่งนับ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นท่านที่ต้องการดูปฏิทินย้อนหลังช่วงเวลาดังกล่าว โปรดทำความเข้าใจหลักการนับปีให้ดีก่อน , นอกจากนี้ยังมีช่วง ก่อนปี พ.ศ.2432 ซึ่งนับวันขึ้นปีใหม่ ตรงกับ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(5) ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงวันเวลานั้น อาจนับปี เรียกใช้ หรือเข้าใจไม่ตรงกัน

การเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนอ้าย (๑) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539) , เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ตามคติพราหมณ์ (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์ที่ใช้พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย) , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน วันสังขารล่อง หรือ วันสงกรานต์ ตามแบบทางภาคเหนือ , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันสารทลิบชุน(立春) หรือ ขึ้นปีใหม่ในวันตรุษจีน ตาม ปฏิทินจันทรคติจีน 2557 , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร

ใช้ปีนักษัตรแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทำการใด เช่น บันทึกสูติบัตรใช้ปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) , พยากรณ์ทางโหราศาสตร์ ใช้ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) , พยากรณ์โหราศาสตร์แบบจีน ใช้ปีนักษัตรจีน ตามปฏิทินโหราศาสตร์จีน