การเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2539) , เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์) , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันสังขารล่อง หรือวันสงกรานต์ตามแบบทางภาคเหนือ , เปลี่ยนปีนักษัตรแบบจีน ซึ่งเปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ช่วงวันตรุษจีนตามปฏิทินจันทรคติจีน หรือปฏิทินจีน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร เป็นต้น
ใช้ปีนักษัตรแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทำการใด เช่น พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย จะใช้ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , พยากรณ์โหราศาสตร์แบบจีน ก็ควรต้องใช้ปีนักษัตรแบบจีน เป็นต้น
สวัสดีครับ วันนี้เขียนเพิ่มเติมและแยกบทความเกี่ยวกับนับเปลี่ยนปีนักษัตร ... ใกล้ๆสิ้นปีหรือต้นปีผมมักจะได้รับอีเมลถามมาบ่อยๆเกี่ยวกับปีนักษัตร หลายๆท่าน ไม่เข้าใจเงื่อนไขตรงนี้ จริงๆเรื่องนี้มีหลายแนวทาง หลายแบบ ขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์ ตำราที่ยึดถือ บอกไว้อย่างไร ผมอธิบายเพิ่มเติมจาก แนบท้ายปฏิทินจันทรคติในเวบไซต์นี้ ขอเขียนแบบ ถาม-ตอบ เพราะสรุปใจความได้ง่าย ขึ้นต้นคำถามว่า "ทำไม" ในหลายๆแง่มุม แล้วอธิบายในรายละเอียดนะครับ
| ถาม : |
การนับปีนักษัตรมีหลายแบบ ทำไมจึงเลือกใช้ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) เป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร ? |
| ตอบ : |
1. ใช้ตามข้อกำหนดตำราซึ่งตำราหลักๆ เช่น ตำราเลข 7 ตัว , กราฟชีวิต , พยากรณ์บุคคลตามปีนักษัตรเกิด ซึ่งจะใช้ปีนักษัตรตั้งต้นในการทำนาย
2. นักพยากรณ์ส่วนใหญ่จะปีนักษัตรใช้แบบนี้เป็นหลัก ใช้ตำราเก่าก็ต้องอ้างอิงใช้วันเดือนปีปฏิทินจันทรคติและนักษัตรแบบเก่าด้วย ถ้าปฏิทินเปลี่ยนก็ต้องเทียบหาวันที่ถูกต้องมา
3. โหราศาสตร์แบบไทยที่ใช้ปีนักษัตรได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อินเดีย ซึ่งวันขึ้นปีใหม่ฮินดู จะตรงกับ/หรือใกล้เคียงกับ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , เช่น ลองค้นหาคำว่า "Hindo New Year 2012" จะตรงกับ วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคม 2012 หรือ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) (วันศุกร์ ที่ 23 มีนาคม 2555)
4. ตามหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน วันแรม 15 ค่ำ เดือนสี่ (4) มีงานพระราชพิธีวันสัมพัจฉรฉินท์ หรือวันตรุษไทย(วันสิ้นปี) วันรุ่งขึ้นเป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ก็จะเริ่มปีนักษัตรใหม่ ปีใหม่ไทยแบบโบราณ |
| ถาม : |
ทำไมไม่เลือกใช้ วันสงกรานต์ หรือวันอื่นๆในช่วงเดือนเมษายน เป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร ? |
| ตอบ : |
ถ้าพูดถึงวันสงกรานต์ตามโบราณต้องพูดถึง วันมหาสงกรานต์ , วันเนา และวันเถลิงศก วันสงกรานต์ ปัจจุบันเพื่อให้ง่ายในการจดจำและเทียบเคียงปฏิทินสุริยคติจึงกำหนดให้คงที่ ตรงกับวันที่ 13 เมษายนแทน
วันมหาสงกรานต์ ,เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เปลี่ยนเข้าสู่ราศีเมษ(๐ องศา ๐ ลิปดา) จากการคำนวณตามคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งใช้คำนวณตำแหน่งดาวใช้ตั้งต้นเป็นปฏิทินโหราศาสตร์ในการผูกดวงวางลัคนา โดยวิชาโหราศาสตร์ไทยจะเน้นราศีและฤกษ์ ไม่พูดถึงปีนักษัตรตรงๆ ส่วนดิถีในโหราศาสตร์ไทยจากการคำนวณจะเป็นดิถีโหร แตกต่างจากดิถีค่ำแรมจันทรติไทย , คัมภีร์สุริยยาตร์ใช้คำนวณสอบทานปฏิทินจันทรคติ การวางเกณฑ์อธิมาส อธิกวาร และตามตำรานักษัตรเดิมนั้น เคยผูกอ้างอิงปีชวดช่วงดาวพฤหัสบดีย้ายราศี *
* ตามตำรานักษัตรเดิมนั้น เคยผูกอ้างอิงปีชวดตอนดาวพฤหัสบดีย้ายราศี ในสมัยพุทธกาลจะเริ่มต้นปีชวดที่ราศีพฤษภ สมัยกรุงศรีอยุธยาจากตำราพราหมณ์ที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ทางหอพระสมุดทำการชำระ จะได้เริ่มต้นปีนักษัตรชวด ที่ ราศีสิงห์ พอเข้าสู่ยุคเริ่มต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก็จะเริ่มต้นปีนักษัตรชวดที่ราศีธนู พวกที่เห็นแต่ในตำราชั้นหลัง จึงท่องเอาแต่ว่า เริ่มปีชวดที่ราศีธนู ซึ่งในปัจจุบันเริ่มคลาดเคลื่อนบ้างแล้วประมาณครึ่งราศี เพราะดาวพฤหัสบดีมีอัตราโคจรพักร์มณฑ์ เสริดสะสม โดยช่วงปัจจุบันนักษัตรปีชวดจะคร่อมระหว่างราศีธนูและราศีมังกร : เรียบเรียงจากความเห็น คุณแย้ง / payakorn.com (40811) |
| ถาม : |
ทำไมไม่เลือกใช้ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1) , วันขึ้นปีใหม่ หรือ 1 มกราคม เป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร ? |
| ตอบ : |
วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1) สมัยสุโขทัย โบราณใช้เป็นวันเปลี่ยนปีของมหาศักราช(ม.ศ.) หรือปีใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความถึงเปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ตามคติพราหมณ์ วันขึ้นปีใหม่ปัจจุบันดูเหมือนเป็นเรื่องการปกครอง ซึ่งอาจให้ง่ายในการจดจำตามสมัย และตามสากลประเทศ วันขึ้นปีใหม่ของไทยเองก็มีเปลี่ยนหลายครั้ง เช่น ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดวันขึ้นปีใหม่ในวันขึ้น 1 ค่ำเดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ และใช้จนถึงวันขึ้น 1 ค่ำเดือนห้า(5) ปี พ.ศ. 2432 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน 2432 (รัตนโกสินทร์ศก. 108) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็น วันที่ 1 เมษายน แทน และใช้จนถึง พ.ศ. 2483 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ ไทยตามสากลประเทศ จากวันที่ 1 เมษายน เป็น วันที่ 1 มกราคม เริ่มใช้เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา (พ.ศ. 2432 ประเทศไทยเริ่มใช้ ปฏิทินสุริยคติ แทนปฏิทินจันทรคติเป็นทางการ)
ดังนั้นถ้าพูดถึงตำราที่ใช้ปีนักษัตรตั้งต้นตามคติพราหมณ์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการปกครองก็ควรต้องยึด เทียบเคียงใช้ตามข้อกำหนดตำราแบบเก่า ใช้ตำราเก่าก็ต้องใช้วันเดือนปีปฏิทินจันทรคติแบบเก่าด้วย เพราะถ้าไม่ยึดถืออย่างนี้ สมมุติ ว่าประเทศไทยเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม และทุกคนเข้าใจว่าวันเปลี่ยนนักษัตรในวันนี้ ก็จะเกิดความคลาดเคลื่อน เพราะวันปีใหม่ที่กำหนดใหม่ไม่ตรงกับดิถีดาวหรือนักษัตรที่กำหนดแต่โบราณ ถ้าอธิบายเป็นความรู้สึกจะเหมือนรำไทยแต่ใส่ชุดสูท ;) ประมาณนั้น
อ่านไปอ่านมาอาจสับสน อยากให้ แยกแยะระหว่าง วันขึ้นปีใหม่ , วันขึ้นปีใหม่ไทย , วันสงกรานต์ , วันมหาสงกรานต์ และ วันเปลี่ยนปีนักษัตร แยกระหว่างของเก่ากับใหม่ให้ออก และแยกแยะตำราที่ใช้ ก็น่าจะเห็นภาพว่าจะใช้แบบไหน
สำหรับปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร ปฏิทินครูอาจารย์ทั้งสอง จะเน้นปฏิทินโหราศาสตร์หรือดาราศาสตร์ เพื่อผูกดวงโหราศาสตร์ไทยเป็นหลัก มีแสดงปีนักษัตร เป็นส่วนเสริม ซึ่งในการผูกดวงโหราศาสตร์ไทยจะไม่ได้ใช้นักษัตรในส่วนนี้ นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่รูปแบบเป็น ปฏิทินร้อยปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มปีนักษัตร 1 เมษายน เข้าใจว่า ง่ายในการจัดพิมพ์ เพราะปฏิทินร้อยปีในแต่ละหน้าหรือแต่ละคู่จะแสดงข้อมูลทั้งปี และจะเริ่มที่เดือนเมษายน พิมพ์ปีนักษัตรไว้ด้านบนในแต่ละหน้า ปฏิทินในปัจจุบันก็เช่นกัน เปลี่ยนปี เปลี่ยนเล่ม ก็เปลี่ยนนักษัตรเลยเพราะง่ายในการจัดพิมพ์ ผู้ใช้ปฏิทินที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ก็จะไม่เข้าใจที่มาที่ไป |
| ถาม : |
ทำไมไม่เลือกใช้ ช่วงวันตรุษจีน เป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร ? |
| ตอบ : |
พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย ตำราแบบไทย ก็ควรใช้ปีนักษัตรแบบไทยตามคติพราหมณ์ , พยากรณ์โหราศาสตร์แบบจีน ใช้ปีนักษัตรแบบจีน (ตามปฏิทินจันทรคติจีน) เพราะตำรา 2 แบบนี้เงื่อนไข การผูกคำทำนายต่างกัน |
| ถาม : |
ทำไมปีนักษัตรในสูติบัตร จึงไม่ตรงกับปีนักษัตร ตอนดูดวงชะตา ? |
| ตอบ : |
สูติบัตรเป็นเอกสารทางราชการเพียงอย่างเดียว ที่มีบันทึกวันเกิดแบบจันทรคติ โดยใช้เปลี่ยนปีนักษัตร วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1)* ซึ่งไม่ตรงกับ ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ ที่เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ตามโบราณ และปีนักษัตรในสูติบัตรเองก็ไม่ถูกใช้ที่ไหนเลย แทบไม่มีแบบฟอร์มราชการหรือเอกชนที่ไหนให้กรอกว่า เกิดกี่ค่ำ เดือน ปีนักษัตรอะไร เวลากี่โมงกี่ยาม เว้นแต่ตอนดูดวง ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม เท่านั้น บ่อยครั้งตอนดูดวง หมอดูหรือนักพยากรณ์จะถาม วันเดือนปี เวลาเกิด ทางสุริยคติสากลที่มีบันทึกในสูติบัตร แล้วนำมาเทียบในปฏิทินจันทรคติให้เอง คือ ไม่ดู แรมค่ำ เดือน ปีนักษัตรจากสูติบัตร ซึ่งก็ไม่แปลกที่นักษัตรตั้งต้นทำนายไม่ตรงกับสูติบัตรหรือที่เราเข้าใจ และหมอดูหรือนักพยากรณ์มักจะไม่อธิบายเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนใช้เวลาอธิบาย
* ก่อนหน้ามีประกาศหนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2539 สูติบัตรถูกบันทึกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับส่วนปกครองนั้นๆ หรือผู้บันทึก ไม่ตรงกัน มีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนนักษัตรใน 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , วันตรุษจีน , วันที่ 1 เมษายน , วันที่ 13 เมษายน หรือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากลที่พิมพ์ปัจจุบันก็มี
|
สำหรับปีนักษัตรก็ประมาณนี้ครับ คำถามเรื่องนี้จะเกิดกับผู้ที่เกิดช่วง เดือนธันวาคม ถึง เดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ปีนักษัตรทับซ้อนกัน
นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องนึงที่น่าสนใจและมักสับสนในการใช้งานกัน คือ การนับวันทางโหราศาสตร์หรือวันทางจันทรคติ >> ดูรายละเอียด
จบแล้วครับ ... ขอบคุณครับ :)