ปฏิทินมิถุนายน 2555 / June 2012

ปฏิทิน 2555 , มิถุนายน 2555 , ปฏิทิน 100ปี 2555 , ปฏิทินโหรฯ , ปฏิทินโหรฯ(ลาหิรี)
เดือน
ปี พ.ศ./ค.ศ.*
ดิถีจันทรคติ/ฤกษ์ล่าง : มหาโชค , ดิถีไม่ดี , มหาสูญ , อายกรรมพลาย , พิฆาต , กระทิงวัน , วันทรทึก , วันลอยฟูจม , ดิถีเรียงหมอน , อัคนิโรธ
พิมพ์
ฤกษ์จันทร์/ฤกษ์บน : วันกาลโยค , วันดับวันศูนย์ , สัปตฤกษ์ , ฤกษ์บน
เนื่องจากฤกษ์มีกฏเกณฑ์วิธี มีข้ออนุโลมข้อยกเว้น ข้อพิจารณาอีกมากมาย บางฤกษ์ใช้การนึงได้แต่ใช้กับอีกการนึงไม่ได้ ฤกษ์สำคัญอาจต้องผูกรวมชะตาผู้ใช้ฤกษ์รวมกัน ดังนั้นฤกษ์ในการสำคัญท่านควรปรึกษา และให้ฤกษ์โดยโหรจารย์ผู้เชี่ยวชาญชำนาญในการให้ฤกษ์ ทั้งนี้รายละเอียดฤกษ์ด้านล่าง แสดงเป็นเบื้องต้นเพื่อเผยแพร่เพื่อสืบทอดตามบูรพาจารย์เท่านั้น ,   แสดงคำอธิบายวิธีใช้ฤกษ์
มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม
 

ให้ฤกษ์เฉพาะบุคคลตามหลักโหราศาสตร์ขั้นสูง ฤกษ์แต่งงาน ออกรถ ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขา ผ่าคลอด ฤกษ์สำหรับการสำคัญต่างๆ โดยโหราจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ... รายละเอียด
เดือนไทย(เดือนจันทรคติ) : (1:เดือนอ้าย , 2:เดือนยี่ , 3:เดือนสาม , 4:เดือนสี่ , 5:เดือนห้า , 6:เดือนหก, 7:เดือนเจ็ด , 8:เดือนแปด , 88:เดือนแปดหลัง , 9:เดือนเก้า , 10:เดือนสิบ , 11:เดือนสิบเอ็ด , 12:เดือนสิบสอง) 88 : เดือนแปดหลัง มีเฉพาะในปีอธิกมาส , ปกติมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ เดือนคู่ ข้างขึ้นข้างแรม 15 วัน และเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน (รวม 354 วัน) , ปกติมาส-อธิกวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน (รวม 355 วัน) , อธิกมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่มีเดือนแปดสองหน เพิ่มวัน 30 วัน (รวม 384 วัน) , ปกติสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 365 วัน ตามรอบสุริยคติ , อธิกสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 366 วัน ตามรอบสุริยคติ(เดือนกุมภาพันธ์ มี 29 วัน) , วันพระ : ขึ้น 8 ค่ำ , ขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ) , แรม 8 ค่ำ , แรม 15 ค่ำ หากเดือนใดเป็นเดือนขาด (เดือนคี่ 1:เดือนอ้าย , 3:เดือนสาม , 5:เดือนห้า , 7:เดือนเจ็ด , 9:เดือนเก้า , 11:เดือนสิบเอ็ด ) ถือเอาแรม 14 ค่ำ เป็นวันพระ , รอบวันทางจันทรคติไทย นับตามเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง หรือประมาณ เวลา 06:00น. ถึง 05:59น.
หมายเหตุ ปฏิทินจันทรคติไทย มิถุนายน พ.ศ.2555/2012
ปฏิทินในปัจจุบันนำเสนอผ่านสื่อหลายรูปแบบทั้งปฏิทินกระดาษทั้งแขวนและตั้งโต๊ะ นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปฏิทินแบบสุริยคติตามนานาๆประเทศ การใช้งานคงไม่มีปัญหามากนักเพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว อาจมีปีศักราชที่อ้างอิงต่างกันเท่านั้น เรื่องปฏิทินหากย้อนไปประมาณ 100 กว่าปี หรือก่อนปี พ.ศ.2456 ประเทศไทยยังใช้ปฏิทินจันทรคติเป็นหลัก ชื่อเดือน มกราคม-ธันวาคม ยังไม่มีใช้ ผู้คนยุคนั้นจะรู้จักปฏิทินวันแรมค่ำ เดือนอ้ายยี่ ปีชวด ฉลู ฯ หรือจดจำวันเกิดตามปฏิทินจันทรคติ เช่น เกิดวันศุกร์ เดือนยี่ ปีกุน เท่านั้น

หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเริ่มใช้วันเดือนปีสุริยคติตามสากล ปฏิทินจันทรคติไทยก็ลดบทบาทลงจนเกือบจะหายไป แต่ก็ยังคงเหลือใช้เฉพาะกลุ่ม เช่น ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสนา วัฒนธรรม ส่วนอื่นๆ จะใช้ปฏิทินสุริยคติแบบสากลเกือบทั้งหมด ดังนั้น หากจะใช้ปฏิทินในทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม หรือ วันสำคัญทางพุทธศาสนา ก็ควรต้องเข้าใจหลักปฏิทินจันทรคติแบบเก่าด้วย จะนำเงือนไขกฏเกณฑ์ปฏิทินสุริยคติปัจจุบันมาใช้ไม่ได้ ต้องเปรียบเทียบหาวันเวลาที่ถูกต้องก่อนใช้

ในส่วนหมายเหตุนี้ จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมของปฏิทินจันทรคติไทย ทั้งในลักษณะการใช้งาน ที่มาที่ไป กฏเกณฑ์ ข้อกำหนดต่างๆ ที่ควรทราบ เพื่อให้เข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และเพื่อให้การใช้งานปฏิทินจันทรคติไทยนี้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงสรุปข้อมูลเป็นข้อๆ ดังนี้

1. ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนปีนักษัตร(ชวด,ฉลู,ขาล,เถาะ) ตามคติพราหมณ์เกณฑ์ปฏิทินจันทรคติไทย คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) โดยปี พ.ศ.2555 ปีมะโรง จะเริ่มตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2555 เวลา 06:20น. เป็นต้นไป , ข้อมูลปฏิทินชุดนี้ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ.2300 - พ.ศ.2584 หรือ 284 ปีเท่านั้น , รอบวันทางจันทรคติ เริ่มเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง หรือประมาณ เวลา 06:00น.

2. วันสำคัญทางพุทธศาสนา ได้กำหนดตามเงื่อนไขปฏิทินจันทรคติ ตรวจสอบความถูกต้องปีต่อปีตามประกาศ กรมการศาสนา , วันสำคัญอื่นๆ เงื่อนไขตายตัวได้กำหนดตามปฏิทินสุริยคติ ทั้งนี้บางวันสำคัญจะเริ่มแสดงผลตามปีที่ประกาศใช้วันสำคัญนั้นๆ เช่น วันรัฐธรรมนูญ เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.2475 เป็นต้นมาดังนั้นปีก่อนหน้านั้นจะยังไม่มีวันรัฐธรรมนูญ ,

วันสำคัญ วันหยุดธนาคาร วันหยุดชดเชยหรืออื่นๆ ที่มีกำหนดการไม่แน่นอน เช่น วันพืชมงคลซึ่งถูกกำหนดวันโดยสำนักพระราชวัง วันหยุดพิเศษตามสถานการณ์ ตามประกาศ ครม. รวมถึง วันตรุษจีน วันสารทจีน จะมีข้อมูลย้อนหลังถึงปี พ.ศ.2540 ส่วนข้อมูลปีปัจจุบัน จะอัปเดทตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติมปีต่อปี หรือตามประกาศเป็นครั้งๆไป

3. ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนจุลศักราชวันที่ 16 เมษายน ตามหลักที่ถูกแล้วต้องเปลี่ยนหลังจากวันเถลิงศก คำนวณตามคัมภีร์สุริยาตร์ปี พ.ศ.2555 วันเถลิงศกจะตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ.2555 เวลา 23:43น. วันเดียวกันอาจมี 2 จุลศักราชก็เป็นได้เพราะมีช่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ปฏิทินด้านบนจึงแสดงผลภาพรวมเพื่อให้ครอบคลุม ซึ่งปีจุลศักราชอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ดังนั้นวันเวลาหลังจากเถลิงศก จะเปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ปีจุลศักราช 1374 วันเวลาก่อนเถลิงศกยังคงเป็นปีจุลศักราช 1373 อยู่ ส่วนกาลโยคจะเริ่มใช้หลังจากวันเถลิงศกนี้เช่นกัน รายละเอียดเพิ่มเติม ประกาศสงกรานต์ พ.ศ.2555

รัตนโกสินทรศก เริ่มใช้จริงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2432 (ปีเดียวกันที่เริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่) และยกเลิกใช้งานเมื่อ พ.ศ.2455 , ปฏิทินชุดนี้ ย้อนหลังรัตนโกสินทรศก 1 ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2325 ช่วงเวลาก่อน เมษายน พ.ศ.2325 จะแสดงรัตนโกสินทรศก 0 ทั้งหมด ทั้งนี้แม้จะยกเลิกใช้งานไปแล้ว ปฏิทินชุดนี้การแสดงผลปีปัจจุบันยังนับปีรัตนโกสินทรศกให้อยู่

4. วันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ตามคติพราหมณ์ และใช้จนถึงวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) พ.ศ.2432 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2432 (รัตนโกสินทร์ศก. 108) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็น วันที่ 1 เมษายน แทน และใช้จนถึง พ.ศ.2483 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไทยตามสากลประเทศ จากวันที่ 1 เมษายน เป็น วันที่ 1 มกราคม เริ่มใช้เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2484 เป็นต้นมา , ปี พ.ศ.2483 ถ้านับถึงเปลี่ยนปีใหม่ เลือนวันจาก 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม เปลี่ยนปีเร็วขึ้น จำนวนเดือนจึงหายไป 3 เดือน ดังนั้นในปี พ.ศ.2483 หากนับช่วงเวลาจะมี 9 เดือน โดยวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2483 - 31 มีนาคม พ.ศ.2483 ไม่มีอยู่จริงตามปฏิทินไทย แต่ตามปฏิทินสากล ซึ่งตรงกับ ปี ค.ศ.1940 ช่วงเวลาดังกล่าวมีอยู่

ช่วงก่อนปี พ.ศ.2483 ปฏิทินชุดนี้จะแสดงปีที่คาบเกี่ยวกัน เพราะยังนับวันเปลี่ยนปีใหม่วันที่ 1 เมษายน เช่น 2482(2481) ซึ่งค่าแรก 2482 เป็นปี พ.ศ. ที่ได้จากปี ค.ศ.+543 คือนับ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ ส่วนค่าในวงเล็บ(2481) เป็นปี พ.ศ.ไทยที่ใช้จริงหรือที่เรียกปี พ.ศ. ในช่วงเวลานั้นๆซึ่งนับ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นท่านที่ต้องการดูปฏิทินย้อนหลังช่วงเวลาดังกล่าว โปรดทำความเข้าใจหลักการนับปีให้ดีก่อน , นอกจากนี้ยังมีช่วง ก่อนปี พ.ศ.2432 ซึ่งนับวันขึ้นปีใหม่ ตรงกับ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงวันเวลานั้น อาจนับปี เรียกใช้ หรือเข้าใจไม่ตรงกัน

ปฏิทินชุดนี้ เปลี่ยนปีนักษัตรตามคติพราหมณ์เกณฑ์ปฏิทินจันทรคติไทย (โหราศาสตร์แบบไทยได้รับอิทธิพลมาจากพราหมณ์-ฮินดู) คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) โดยในปี พ.ศ.2555 จะเปลี่ยนปีนักษัตรจาก ปีเถาะ เป็น ปีมะโรง ใน วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2555 เวลา 06:20น. เป็นต้นไป

การเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539) , เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ตามคติพราหมณ์ (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์ที่ใช้พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย) , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน วันสังขารล่อง หรือ วันสงกรานต์ ตามแบบทางภาคเหนือ , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันสารทลิบชุน(立春) หรือ ขึ้นปีใหม่ในวันตรุษจีน ตาม ปฏิทินจีน พ.ศ.2555 , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร

ใช้ปีนักษัตรแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทำการใด เช่น บันทึกสูติบัตรใช้ปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนอ้าย(๑) , พยากรณ์ทางโหราศาสตร์ ดูดวงตามวันเดือนปีเกิดใช้ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) , พยากรณ์โหราศาสตร์จีน ดูดวงจีน ใช้ปีนักษัตรจีนตามปฏิทินโหราศาสตร์จีน

ปี พ.ศ.2555 ปฏิทินจันทรคติเป็น ปีอธิกมาศ (เดือนแปดสองหน) ดังนั้นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เฉพาะปีอธิกมาศนี้จึงเลื่อนไป 1 เดือน กล่าวคือ วันมาฆบูชา เลือนเป็น วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนสี่(๔) , วันวิสาขบูชา เลือนเป็น วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือนเจ็ด(๗) , วันอัฏฐมีบูชา เลือนเป็น วันแรม ๘ ค่ำเดือนเจ็ด(๗) , วันอาสฬหบูชา เลือนเป็น วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนแปดหลัง(๘๘) , วันเข้าพรรษา เลือนเป็น วันแรม ๑ ค่ำ เดือนแปดหลัง(๘๘) ส่วนวันออกพรรษาใช้เหมือนเดิมคือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) ... หากไม่เลื่อนเดือน ระยะเวลาจำพรรษาจะคลาดเคลื่อน เพราะเข้าพรรษาจาก วันแรม ๑ ค่ำเดือนแปด(๘) รวมเดือนแปดหลังอีก 1 เดือน จนถึงวันออกพรรษา วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด(๑๑) จะได้ระยะเวลารวม 4 เดือน ซึ่งไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย (วัสสูปนายิกาขันธกะ) ที่บัญญัติไว้ว่าพระสงฆ์ต้องจำพรรษา 3 เดือน