| เพื่อความเข้าใจเรื่องเวลาเกิด หรือวันเกิด การเปลี่ยนปีนักษัตร ซึ่งเกี่ยวกับปฏิทินทางโหราศาสตร์ โปรดอ่านข้อมูลด้านล่างนี้โดยละเอียดก่อน |
ในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม หรือศาสตร์โบราณของไทย ที่ต้องใช้วันเดือนปีเกิดตามปฏิทิน บ่อยครั้งมีความสับสนว่าเกิดวันใด เพราะบางครั้งวันเกิดตามโหราศาสตร์ที่ผู้พยากรณ์ใช้ตั้งต้น ไม่ตรงกับวันเกิดปีเกิดตามสูติบัตร ปฏิทิน หรือตามที่เข้าใจ
ถ้าย้อนไปประมาณ 100 กว่าปี ประเทศไทยยังใช้ปฏิทินจันทรคติอยู่ ตอนนั้นชื่อเดือน มกราคม ยังไม่มีใครรู้จัก ผู้คนยุคจะรู้จักวันแรมค่ำ เดือนอ้ายยี่ ปีชวด ฉลู เท่านั้น คนรุ่นปู่ย่า รุ่นทวดจะจำวันเกิด เช่น วันศุกร์ เดือนยี่ ปีกุน และหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเริ่มใช้วันเดือนปีตามสากล วันทางจันทรคติก็เหลือใช้เฉพาะกลุ่มเช่น ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสนา ส่วนอื่นๆจะใช้ปฏิทินสุริยคติแบบสากลเกือบทั้งหมด ดังนั้น หากจะใช้ตำราโหราศาสตร์ พิธีกรรม แบบเก่าก็ควรต้องเข้าใจหลักปฏิทินแบบเก่าด้วย จะนำเงือนไขปฏิทินสุริยคติปัจจุบันมาใช้ไม่ได้ ต้องเปรียบเทียบหาวันเวลาที่ถูกต้องก่อนใช้ สำหรับความสับสนในเรื่องการใช้ปฏิทินสุริยคติและจันทรคติ แบ่งเป็น 2 เรื่องหลักๆ ดังนี้
วันเวลาเกิด :
ครั้งโบราณ ไม่มีนาฬิกา ถือเอาเวลาพระออกบิณฑบาต หรือเมื่อมองเห็นลายมือบนฝ่ามือชัดเจน(ไม่ใช้แสงไฟช่วย) ด้วยตาเปล่าให้นับเป็นวันใหม่ ซึ่งก็คือใช้เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นหรือประมาณ 06.00 น. เป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนวัน ในยุคปัจจุบันซึ่งมีนาฬิกา การเทียบเวลาเปลี่ยนวันใหม่ เริ่มที่ 06.00 น. หรือตามเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง ดังนั้นการนับรอบวันที่ใช้ในทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสตร์โบราณต่างๆของไทย จะใช้ปฏิทินจันทรคติไทย โดยถือ
รอบวันตามดวงอาทิตย์ขึ้นเป็นหลัก คือหนึ่งวันเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น.-05.59 น.
แตกต่างจาก รอบวันตามสากลซึ่งปฏิทินสุริยคติ หรือเป็นแบบที่ใช้ในสูติบัตร รอบวันจะเริ่ม 00.01 น.- 24.00น.
การนับรอบวันจันทรคติจะใช้แบบนั้นทั้งหมด จะมีวันพุธที่แยกย่อยคือ เกิดวันพุธช่วงเวลา 06.00 น.-17.59 น. จะเรียกว่าวันพุธกลางวัน แต่ถ้าท่านเกิดช่วงเวลา 18.00น.-05.59 น. จะเรียกว่าวันพุธกลางคืนหรือวันราหู
ตัวอย่าง เกิดวันอาทิตย์ก็จะเริ่มนับเวลาเกิดจาก 06.00น. ของเช้าวันอาทิตย์ไปจนถึง 05.59 น.ของวันจันทร์ ยังคงนับเป็นวันอาทิตย์อยู่ เมื่อถึง 06.00น. ของเช้าวันจันทร์เมื่อใดจึงถือเป็นวันจันทร์ เช่น ตามสูติบัตร บอกว่าท่านเกิดอาทิตย์เวลา 04.13น. แต่เมือนับตามปฏิทินจันทรคติไทยจะถือว่าเป็นวันเสาร์อยู่ เพราะยังไม่เลย 06.00น. ซึ่งเป็นช่วงย่างเข้าวันอาทิตย์จริงๆ ตามจันทรคติ ,ตามสูติบัตร บอกว่าท่านเกิดพฤหัสบดีเวลา 05.13น. แต่เมือคิดตามหลักปฏิทินจันทรคติถือว่าเป็นวันพุธอยู่ เพราะยังไม่เลย 06.00น. และเป็นวันพุธกลางคืนเพราะอยู่ช่วงเวลา 18.00น.-05.59 น.
สรุปเป็นหลักการง่ายๆ ก็คือ หากเวลาเกิดตามสูติบัตร อยู่ระหว่าง หลังเที่ยงคืนถึง
06.00น. สูติบัตรบอกว่าเกิดวันอะไรให้ย้อนมาหนึ่งวัน ก็จะได้วันทางจันทรคติ ที่ใช้สำหรับโหราศาสตร์ แต่หากเวลาเกิดตามสูติบัตรอยู่ช่วงเวลาอื่นใช้วันจันทรคติ แบบเดียวกับสูติบัตรได้เลย (ยกเว้น วันพุธกลางคืน ให้ดูเงื่อนไขเพิ่มเติม)
สำหรับการคำนวณอีกแบบที่มีการตัดเวลาท้องถิ่น จะกระทบในลักษณะเดียวกัน เช่น ตามสูติบัตรเกิดอังคารเวลา 06.03น. ตามหลักข้างต้นต้องเป็นวันอังคารแต่ตามหลักจันทรคติ ตัดเวลาท้องถิ่น จะกำหนดให้มีการตัดเวลาท้องถิ่นออก คือลบด้วย 18 นาที เป็นช่วงเวลาจริงที่ต่างกันระหว่าง จังหวัดกรุงเทพฯ และจังหวัดอุบลราชธานี (ลองติจูด 105° เริ่มใช้ 1 เมษายน พ.ศ. 2463) ซึ่งใช้อ้างอิงเวลา เมื่อคำนวณแล้ว เวลาเกิดจริง คือ 05.45น.(06.03น. ลบออก 18 นาที ) ก็จะถือว่าเป็นวันจันทร์เพราะยังไม่ถึง 06.00น. ซึ่งเป็นเวลาเปลี่ยนวันใหม่ นอกจากนี้ยังมีอีกแบบที่ใช้เวลาท้องถิ่นจังหวัดที่เกิดนั้นๆ เช่น เกิดจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ลบด้วย 20:39 นาที หรือลงลึกระดับอำเภอ ตำบล ก็มีใช้ นอกจากนี้ยังมีการตัดวันอีกแบบที่ใช้ เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริงของวันนั้นๆ แทนเวลา 06.00 น.
ปีนักษัตร(ชวด,ฉลู,ขาล,เถาะ) :
การเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน
วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2539) , เปลี่ยนปีนักษัตรใน
วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ ใช้ในการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทยซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์ ) ,
เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน
วันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน
วันสังขารล่อง หรือ
วันสงกรานต์ตามแบบทางภาคเหนือ , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน
วันตรุษจีน ตามปฏิทินจันทรคติจีนหรือปฏิทินจีน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่
1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่
1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร เป็นต้น
ใช้ปีนักษัตรแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทำการใด เช่น พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย จะใช้ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , พยากรณ์โหราศาสตร์แบบจีน ก็ควรต้องใช้ปีนักษัตรแบบจีน ...
อ่านต่อ
ทั้งนี้
การคำนวณวันเดือนปีเกิดตามปฏิทินออนไลน์นี้ ตัดรอบวัน ที่เวลา 06.00น. และ เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ ในวัน ขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ เท่านั้น ไม่รวมตัดเวลาท้องถิ่น หรือเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจริง ดังนั้นเฉพาะท่านที่เกิดช่วงเวลาประมาณ 05:30-06:30น. โดยเงื่อนไขข้างต้นอาจอยู่ระหว่างเปลี่ยนวัน หากใช้วันนั้นๆตั้งต้นพยากรณ์แล้วไม่ตรงตัวท่าน ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องเวลาท้องถิ่นนั้นที่ท่านเกิด หรือเลื่อนวันเวลา ลบ 18 นาที เป็นอีกวันเพื่อตรวจสอบดวงชะตา
* สูติบัตร เป็นเอกสารทางราชการเพียงอย่างเดียว มีบันทึกวันเกิดแบบจันทรคติ แต่ก็ไม่ถูกใช้ที่ไหนเลย ไม่มีแบบฟอร์มราชการหรือเอกชนที่ไหนให้กรอกว่า เกิดกี่ค่ำ เดือน ปีนักษัตรอะไร เว้นแต่ตอนดูดวง พิธีกรรมบางอย่างเท่านั้น ก่อนหน้ามีประกาศ 5 กุมภาพันธ์ 2539 สูติบัตรถูกบันทึกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับส่วนปกครองนั้นๆ หรือผู้บันทึก ไม่ตรงกันมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนนักษัตรใน 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , วันตรุษจีน , วันที่ 1 เมษายน , วันที่ 13 เมษายน หรือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากลที่พิมพ์ก็มี ซึ่งถ้าเกิดช่วงเดือนนั้นๆปีนักษัตรอาจต่างกัน ดังนั้นบ่อยครั้งตอนดูดวง หมอดูหรือนักพยากรณ์จะถาม วันเดือนปี เวลาเกิดทางสุริยคติสากลที่มีบันทึกในสูติบัตร แล้วนำมาเทียบในปฏิทินจันทรคติให้เอง คือไม่ดู แรมค่ำ เดือน ปีนักษัตรจากสูติบัตร ซึ้่งก็ไม่แปลกที่นักษัตรตั้งต้นทำนายไม่ตรงกับสูติบัตรหรือที่เราเข้าใจ และหมอดูหรือนักพยากรณ์มักจะไม่อธิบายเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนใช้เวลาอธิบาย
หากท่านเข้าใจข้อกำหนดด้านบนแล้ว ท่านสามารถตรวจสอบวันเดือนปีเกิดตามปฏิทินจันทรคติไทย ได้โดยกรอกข้อมูลวันเกิดด้านล่างเลยครับ