เดือนไทย(เดือนจันทรคติ) : (1:เดือนอ้าย , 2:เดือนยี่ , 3:เดือนสาม , 4:เดือนสี่ , 5:เดือนห้า , 6:เดือนหก, 7:เดือนเจ็ด , 8:เดือนแปด , 88:เดือนแปดหลัง , 9:เดือนเก้า , 10:เดือนสิบ , 11:เดือนสิบเอ็ด , 12:เดือนสิบสอง) 88 : เดือนแปดหลัง เฉพาะปีอธิกมาส , ปกติมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ เดือนคู่ ข้างขึ้นข้างแรม 15 วัน และเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน (รวม 354 วัน) , ปกติมาส-อธิกวาร : เป็นปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน (รวม 355 วัน) , อธิกมาส-ปกติวาร : เป็นปีที่มีเดือนแปดสองหน เพิ่มวัน 30 วัน (รวม 384 วัน) , ปกติสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 365 วัน ตามรอบสุริยคติ , อธิกสุรทิน จำนวนวัน 1 ปี มี 366 วัน ตามรอบสุริยคติ(เดือนกุมภาพันธ์ มี 29 วัน) , วันพระ : ขึ้น 8 ค่ำ , ขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ) , แรม 8 ค่ำ , แรม 15 ค่ำ หากเดือนใดเป็นเดือนขาด (ส่วนใหญ่เป็นเดือนคี่ 1 , 3 , 5 ... 9 , 11) ถือเอาแรม 14 ค่ำ เป็นวันพระ , รอบวันทางจันทรคติ เริ่มตั้งแต่ เวลา 06:00 น. ถึง 05:59 น.
| เถลิงศกปีจุลศักราช ๑๓๕๐ (เวลามัธยมประเทศไทย) |
|
| วันศุกร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๑ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๔๑ นาที ๒๔ วินาที |
|
| เถลิงศก |
๒๕๓๑ |
|
จุลศักราช |
๑๓๕๐ |
| มาสเกณฑ์ |
๑๖๖๘๕ |
อวมาน |
๒๙๙ |
| หรคุณ |
๔๙๒๗๓๕ |
กัมมัชพล |
๓๘๔ |
| อุจจพล |
๘๕๐ |
ดิถี |
๑๘ |
| วาร |
๕ |
|
|
|
| มหาสงกรานต์ปีจุลศักราช ๑๓๕๐ (เวลามัธยมประเทศไทย) |
|
| วันพุธที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๑ เวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๓ นาที ๔๘ วินาที |
| ประกาศสงกรานต์ พ.ศ.2531 |
|
|
|
|
|
| วาร (วัน) กาลโยค * |
|
วันธงชัย
|
: |
|
เสาร์ (๗) |
วันอธิบดี
|
: |
|
พุธ (๔) |
วันอุบาทว์
|
: |
|
ศุกร์ (๖) |
| วันโลกาวินาศ |
|
: |
|
ศุกร์ (๖) |
|
|
|
| ยาม (เวลา) กาลโยค |
|
ยามธงชัย
|
: |
|
๑๕:๐๐-๑๖:๓๐ , ๐๓:๓๐-๐๔:๓๐ (๗) |
ยามอธิบดี
|
: |
|
๐๗:๓๐-๐๙:๐๐ , ๑๙:๓๐-๒๑:๐๐ (๒) |
ยามอุบาทว์
|
: |
|
๑๓:๓๐-๑๕:๐๐ , ๐๑:๓๐-๐๓:๐๐ (๖) |
| ยามโลกาวินาศ |
|
: |
|
๑๓:๓๐-๑๕:๐๐ , ๐๑:๓๐-๐๓:๐๐ (๖) |
|
|
กาลโยคนี้เริ่มใช้ หลังจากวันเวลาเถลิงศก คือ
วันศุกร์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๑ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๔๑ นาที ๒๔ วินาที
วันเวลาก่อนหน้านี้ให้ใช้กาลโยคของ ปี พ.ศ.2530 |
|
| ใช้ปฏิทิน 2531 เรียบร้อยแล้ว ขอความกรุณาคลิ๊กปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ด้านบน และ |
|
ตอบแบบสอบถาม |
|
ให้เราด้วยนะครับ :) , หากมีข้อสงสัยกรุณาอ่านรายละเอียดด้านล่าง |
ข้อมูลเพิ่มเติม/คำแนะนำ/หมายเหตุ เกี่ยวกับปฏิทินจันทรคติไทย
ปฏิทินในปัจจุบันนำเสนอผ่านสื่อหลายรูปแบบทั้งปฏิทินกระดาษ
นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เราคุ้นเคยใช้งานจะเป็นปฏิทินแบบสุริยคติตามนานาๆประเทศ
การใช้งานคงไม่มีปัญหามากนัก อาจมีเวลาที่อ้างอิงต่างกันเท่านั้น เรื่องปฏิทินหากย้อนไปประมาณ
100 กว่าปี ประเทศไทยยังใช้ปฏิทินจันทรคติเป็นหลัก ตอนนั้นชื่อเดือน มกราคม ยังไม่มีใครรู้จัก
ผู้คนยุคนั้นจะรู้จักวันแรมค่ำ เดือนอ้ายยี่ ปีชวด ฉลู หรือจดจำวันเกิดตามปฏิทิน เช่น
เกิดวันศุกร์ เดือนยี่ ปีกุน เท่านั้น และ
หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเริ่มใช้วันเดือนปีสุริยคติตามสากล วันเดือนปีทางจันทรคติก็เหลือใช้เฉพาะกลุ่ม
เช่น ทางโหราศาสตร์ พิธีกรรม ศาสนา ส่วนอื่นๆจะใช้ปฏิทินสุริยคติแบบสากลเกือบทั้งหมด
ดังนั้น หากจะใช้ตำราโหราศาสตร์ พิธีกรรมแบบเก่า หรือศาสนา ก็ควรต้องเข้าใจหลักปฏิทินจันทรคติแบบเก่าด้วย
จะนำเงือนไขปฏิทินสุริยคติปัจจุบันมาใช้ไม่ได้ ต้องเปรียบเทียบหาวันเวลาที่ถูกต้องก่อนใช้
เราให้ข้อมูลเพิ่มเติมตรงนี้เพราะในมุมลึกๆ ของปฏิทินจันทรคติไทยหลายท่านยังไม่ทราบ
ทั้งในลักษณะการใช้ ที่มาที่ไป ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
และให้การใช้งานเกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอสรุปข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเป็นข้อๆ โดยอ้างอิงปฏิทินจันทรคติไทยชุดนี้เป็นหลัก
1. |
ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนปีนักษัตร(ชวด,ฉลู,ขาล,เถาะ) ตามคติพราหมณ์เกณฑ์ปฏิทินจันทรคติไทย คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) โดยปี พ.ศ. 2531 ปีนักษัตร ปีมะโรง จะเริ่มตั้งแต่ วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม 2531๑ เป็นต้นไป ส่วนวันเวลาก่อนหน้านี้ยังเป็น ปีเถาะ อยู่ , ข้อมูลปฏิทินชุดนี้ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2300- 2584 หรือ 284 ปีเท่านั้น , รอบวันทางจันทรคติ เริ่มตั้งแต่ เวลา 06:00 น. ถึง 05:59 น.
|
| 2. |
วันสำคัญทางพุทธศาสนา ได้กำหนดตามเงื่อนไขปฏิทินจันทรคติ * , วันสำคัญอื่นๆ เงื่อนไขตายตัวได้กำหนดตามปฏิทินสุริยคติ ทั้งนี้บางวันสำคัญจะเริ่มแสดงผลตามปีที่ประกาศใช้วันสำคัญนั้นๆ เช่น วันรัฐธรรมนูญ เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2475 เป็นต้นมาดังนั้นปีก่อนหน้านั้นจะยังไม่มีวันรัฐธรรมนูญ ,
วันสำคัญ วันหยุดชดเชยหรืออื่นๆ ที่มีกำหนดการไม่แน่นอน เช่น วันพืชมงคลซึ่งถูกกำหนดวันโดยสำนักพระราชวัง วันหยุดพิเศษตามสถานการณ์ ตามประกาศ ครม. รวมถึง วันตรุษจีน วันสารทจีน จะมีข้อมูลย้อนหลังถึงปี 2540 ส่วนข้อมูลปีปัจจุบันจะอัปเดทเพิ่มเติมปีต่อปี หรือตามประกาศเป็นครั้งๆไป
* เกณฑ์ อธิกมาส อธิกวาร ทางจันทรคติ บันทึกล่วงหน้ามีข้อมูลถึงปี พ.ศ.2584 ซึ่งระหว่างปี จะมีตรวจสอบอีกครั้งโดยยึดความถูกต้องตามประกาศ กรมการศาสนา และ สำนักพระราชวัง เป็นหลัก
|
| 3. |
จุลศักราช ปฏิทินชุดนี้เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ วันที่ 16 เมษายน ตามหลักที่ถูกแล้วต้องเปลี่ยนหลังจากวันเถลิงศก ซึ่งคำนวณตามคัมภีร์สุริยาตร์ โดยจะอยู่ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน วันเดียวกันอาจมี 2 จุลศักราชก็ได้เพราะมีช่วงเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ปฏิทินด้านบนจึงแสดงผลภาพรวมเพื่อให้ครอบคลุม ซึ่งปีจุลศักราชอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามถ้าจำเป็นต้องใช้ปีจุลศักราช ก็ได้คำนวณวันเถลิงศกตามคัมภีร์สุริยาตร์ไว้แล้ว รายละเอียดเพิ่มเติม ประกาศสงกรานต์ พ.ศ. 2531 ดังนั้นวันเวลาหลังจากนี้จะเปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ปีจุลศักราช 1350 ส่วนวันเวลาก่อนหน้านี้ยังคงเป็นปีจุลศักราช 1349 อยู่ ทั้งนี้กาลโยคจะเริ่มใช้หลังวันเถลิงศกนี้เช่นกัน
รัตนโกสินทรศก เริ่มใช้จริงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2432 (ปีเดียวกันที่เริ่มใช้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่) และยกเลิกใช้งานเมื่อ พ.ศ.2455 , ปฏิทินชุดนี้ ย้อนหลังรัตนโกสินทรศก 1 ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2325 ช่วงเวลาก่อน เมษายน พ.ศ.2325 จะแสดงรัตนโกสินทรศก 0 ทั้งหมด ทั้งนี้แม้จะยกเลิกใช้งานไปแล้ว ปฏิทินชุดนี้การแสดงผลปีปัจจุบันยังนับปีรัตนโกสินทรศกให้อยู่
|
| 4. |
วันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดวันขึ้นปีใหม่ในวันขึ้น 1 ค่ำเดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ และใช้จนถึงวันขึ้น 1 ค่ำเดือนห้า(5) ปี พ.ศ. 2432 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน 2432 (รัตนโกสินทร์ศก. 108) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็น วันที่ 1 เมษายน แทน และใช้จนถึง พ.ศ. 2483 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ไทยตามสากลประเทศ จากวันที่ 1 เมษายน เป็น วันที่ 1 มกราคม เริ่มใช้เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา , ปี พ.ศ. 2483 ถ้านับถึงเปลี่ยนปีใหม่ เลือนวันจาก 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม เสมือนเดือนหายไป 3 เดือน ดังนั้นในปี พ.ศ. 2483 นับอายุช่วงเวลาจะมีเดือน 9 เดือน โดยวันที่ 1 มกราคม 2483 - 31 มีนาคม 2483 ไม่มีอยู่จริงตามปฏิทินไทย แต่ตามปฏิทินสากล ซึ่งตรงกับ ปีค.ศ. 1940 ช่วงเวลาดังกล่าวมีอยู่
ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2483 ปฏิทินชุดนี้จะแสดงปีที่คาบเกี่ยวกัน เพราะยังนับวันเปลี่ยนปีใหม่วันที่ 1 เมษายน เช่น 2482(2481) ซึ่งค่าแรก 2482 เป็นปี พ.ศ. ที่ได้จากปี ค.ศ.+543 คือนับ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ ส่วนค่าในวงเล็บ(2481) เป็นปี พ.ศ.ไทยที่ใช้จริงหรือที่เรียกปี พ.ศ. ในช่วงเวลานั้นๆซึ่งนับ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นท่านที่ต้องการดูปฏิทินย้อนหลังช่วงเวลาดังกล่าว โปรดทำความเข้าใจหลักการนับปีให้ดีก่อน , นอกจากนี้ยังมีช่วง ก่อนปี พ.ศ. 2432 ซึ่งนับวันขึ้นปีใหม่ ตรงกับ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงวันเวลานั้น อาจนับปี เรียกใช้ หรือเข้าใจไม่ตรงกัน
|
๑
ปฏิทินชุดนี้ เปลี่ยนปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ (โหราศาสตร์แบบไทยได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู) คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) เทียบปฏิทินปี พ.ศ.2531 วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม 2531 เป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนปีนักษัตรจาก ปีเถาะ เป็น ปีมะโรง โดยตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม 2531 เป็นต้นไปถือเป็นปีนักษัตรใหม่คือ ปีมะโรง
การเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (1) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2539) , เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) ตามคติพราหมณ์ (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์ที่ใช้พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย) , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ใน วันสังขารล่อง หรือ วันสงกรานต์ ตามแบบทางภาคเหนือ , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันสารทลิบชุน(立春) หรือ ขึ้นปีใหม่ในวันตรุษจีน ตาม ปฏิทินจันทรคติจีน 2531 , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว , เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร เป็นต้น
ใช้ปีนักษัตรแบบใด ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทำการใด เช่น บันทึกสูติบัตรใช้ปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย(1) , พยากรณ์ทางโหราศาสตร์แบบไทย ใช้ปีนักษัตรตามคติพราหมณ์ (โหราศาสตร์แบบไทยได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู) คือเปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนห้า(5) , พยากรณ์โหราศาสตร์แบบจีน ใช้ปีนักษัตรแบบจีน (ตามปฏิทินจันทรคติจีน) เป็นต้น