บทความ/สารพันพยากรณ์

สะเดาะเคราะห์ (พิธีใหญ่)

ดูดวงส่วนตัวทางโทรศัพท์

การสะเดาะเคราะห์ก็ดี การรับพระเสวยอายุก็ดี ทั้ง ๒ ประการนี้ถือว่าเป็นอันเดียวกัน แต่ว่าจะมีผลดีเป็นประการใดนั้นก็ไม่ขอยืนยัน ถ้าหากจะถามว่า ถ้าไม่ยืนยันแล้วเอามาทำกันทำไม เรื่องนี้ขอให้ฟังกันตอนหลังก็แล้วกัน ตอนต้นนี้ทราบแต่เพียงว่า ต้องการให้ทุกคนมีความสบายใจไว้ก่อน เรื่องความละเอียดที่มีเหตุมีผลเป็นประการใดฟังกันตอนหลัง

ตอนนี้ก็ขอบอกกันในตอนต้นว่า ทุกคนที่จะมารับพระเสวยอายุก็ดี จะมาส่งพระเสวยอายุก็ดี รับหรือส่งน่ะ พระเสวยอายุเองก็ดี พระแทรกก็ดี ทุกคนไม่ต้องเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ไม่ต้องเตรียมเครื่องสักการะมา ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าการทำขึ้นก็เพื่อหวังจะให้ลูกให้หลานทุกคนไม่ต้องจ่ายสตางค์มาก เพราะว่าการไปกรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ มีลูกสาวคนหนึ่งมาบอกว่า “ ให้หมอเขาดูบอกว่ามีเคราะห์ร้าย จะให้ไปสะเดาะเคราะห์แต่เขาจะเอา ๘,๐๐๐ บาท ”

ไอ้อย่างนี้ไม่ใช่สะเดาะเคราะห์คนที่มีเคราะห์ เป็นการสะเดาะเคราะห์คนที่ทำพิธี มันเกินพอดีไป จึงได้มาตัดสินใจว่า เมื่อลูกหลานยังคิดว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ยังมีความสำคัญ ก็จะทำให้ และไม่ต้องเสียสตางค์มาก ทำเต็มตามกำลังพิธีที่ครูบาอาจารย์แนะนำมา แต่ทำครั้งที่แล้ว ครั้งที่ ๑ ก็ดี ครั้งที่ ๒ ก็ดี พอครั้งที่ ๓ เท่านั้นแหละ ปรากฏว่าเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นราคากันลิ่ว อย่างโฟมนี่แผ่นละ ๑๐ บาท แผ่นนิดเดียว ธูปเพื่อนขายเสียดอกละ ๑ บาท ความจริงก็ตั้งใจจะสะเดาะเคราะห์คนขายพวกนี้ให้ได้สตางค์บ้าง เมื่อโลภอย่างนี้ก็จงอย่าเอาเลย มันเป็นความเลวเกินไปสำหรับคนผู้ขาย ต้องถือว่าเลวมาก ฉะนั้น เครื่องบูชาต่างๆ ทางวัดจะจัดไว้ทั้งหมด พิธีสะเดาะเคราะห์ทุกคนไม่ต้องเอาเครื่องสักการะมาเลย วัดจัดแทนทุกอย่าง แล้วก็จะทำเต็มพิธีตามที่ครูใหญ่ท่านสอนไว้

ทำครั้งแรก ทำครั้งที่ ๒ พอทำครั้งที่ ๓ ท่านก็มาแนะนำบอกว่า ต่อไปต้องมีพระสวด ๒๑ องค์ นอกนั้นมีกำลังน้อยกว่าก็สวมรอยไปเลย ๒๑ และก็ทรงแนะนำให้ใช้ บทสวด ๕ บท บทสุดท้ายให้เจ้าพิธี คือคนทำพิธี ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เมื่อตอนต้น ถ้าชุมนุมเทวดาแล้ว ให้ถามท้าวมหาราชว่า คนไหนที่มีเคราะห์อะไรที่มีความสำคัญ จะต้องแก้ไขเป็นพิเศษบ้าง เมื่อมี ท่านจะแนะนำในการแก้ไข พระท่านบอกว่า แล้วอย่างนี้เคราะห์ร้ายจะลดตัวลงจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง สูงกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยบ้าง แต่คงเหลือไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือบ้าง แต่ถ้าถามว่า ถ้าบางคนเขาปฏิบัติธรรมดี จิตทรงฌาน หรือว่าเป็นพระอริยเจ้า จำเป็นจะต้องทำไหม ก็ต้องบอกว่า สุดแล้วแต่กำลังใจ ถ้าใจดีแล้วไม่ต้องทำ เชื่อมั่นในความดีที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไม่ต้องทำ ถ้าทำแล้วจะมีผลไหม ก็ต้องตอบว่ามีผล เพราะเคยประสบมาแล้ว ..

.. นี่ว่ากันเรื่องพระๆ กันซะก่อนให้หมดเรื่อง นี่เงยหน้าได้แล้วซิตอนนี้ ตอนก่อนมันเงยหน้าไม่ได้ ไม่ใช่เคร่งครัดมัธยัสถ์อะไรหรอก ก็มันปาเข้าไปก็เรียกว่าต้องอ่านตำรากันนี่ ตอนนี้ก็มาว่ากันถึงเรื่องตำรา ถ้าจะถามว่า เชื่อไหมพระเสวยอายุ ต้องตอบว่า เชื่อ เพราะชนมาแล้ว พูดเรื่องพิธีกรรม กันซะก่อน สำหรับพระเสวยอายุต่างๆ นี่นะที่ทำพิธีรับ

พระอาทิตย์มีอายุ ๖ ปี
พระจันทร์มีอายุ ๑๕ ปี
พระอังคารมีอายุ ๘ ปี
พระพุธมีอายุ ๑๗ ปี
พระเสาร์มีอายุ ๑๐ ปี
พระพฤหัสมีอายุ ๑๙ ปี
พระราหูมีอายุ ๑๒ ปี
พระศุกร์มีอายุ ๒๑ ปี

จะเรียกว่าปี หรือเรียกกำลังก็ได้ ฉะนั้นเวลาที่บูชาอย่างพระอาทิตย์มีกำลัง ๖ หรือ ๖ ปีนี่มีกำลัง ๖ บูชาด้วยเครื่อง ๖ คือ เงิน ๖ ธูป ๖ เทียน ๖ ดอกไม้ ๖ กระทง ๖ และก็ธง ๖ เหมือนกัน อย่างพระจันทร์ ๑๕ ก็บูชาด้วย ๑๕ คือ เงิน ๑๕ ดอกไม้ ธูป เทียน ธง อย่างละ ๑๕ และก็พระอังคาร มีอายุ ๘ ปี มีกำลัง ๘ ก็ใช้บูชาด้วยเครื่อง ๘ คือ เงิน ๘ ดอกไม้ ธูป เทียน ธง อย่างละ ๘ พระพุธมีกำลัง ๑๗ ก็ใช้ สตางค์ ๑๗ ดอกไม้ ธูป เทียน ธง อย่างละ ๑๗ และก็พระเสาร์มีกำลัง ๑๐ ก็บูชา ๑๐ พฤหัสมีกำลัง ๑๙ บูชา ๑๙ พระราหู ๑๒ บูชา ๑๒ พระศุกร์ ๒๑ บูชา ๒๑ รวมกำลังทั้งหมดจริงๆ แล้ว ๑๐๘ พอดี

ตานี้หากว่าใครจะรับพระอะไรก็ใช้วิธีกรรมตามนั้น แต่ว่าเครื่องสักการะบูชานะมีเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจัดมา ไม่ต้องไปซื้อนะ ไม่ต้องไปซื้อ ไอ้คนโลภมากมันได้สตางค์ มันระยำจริงๆ ไอ้การทำกันครั้งนี้ต้องการปลดเปลื้องควาทุกข์หนักของลูกหลาน ซึ่งไปโดนเขาเรียกมา ๘,๐๐๐ บาท นี่คนไม่มีรถยนต์นะ ถ้าคนมีรถยนต์นั่งระวังเป็นหมื่น ถ้านั่งรถเบ็นซ์จะต้องเสียถึงแสน การสะเดาะเคราะห์แบบนั้นจะมีผลเป็นประการใดอาตมาก็ไม่คัดค้านเขา แต่เห็นว่ามันเกินพอดี นี่การทำนี่จะเห็นว่าได้ผลประการใด ก็ตอบว่าไม่ทราบหรอก ไม่หรือไม่ได้ก็ไม่ทราบ

วิธีทำ ให้ตามแบบนี้ ถือว่าทุกคนจะสะเดาะห์เคราะห์ รับพระเคราะห์ ส่งพระเคราะห์องค์ไหนใช้กำลังเท่านั้น ถ้าไม่เข้าใจให้ไปถามพระ วันนี้เราจะรับพระอาทิตย์เสวยอายุหรือพระอะไรเข้าแทรกก็ว่าตามนั้น

ตานี้ก่อนที่จะมาคุยกันนี่ก็มีคนถามว่า “ เผื่อเหนียวได้ไหม ”
ถาม “ เผื่อเหนียวอย่างไร ” “ ผมรับซะหมดเลย รับซะทุกองค์ องค์ไหนเสวยอายุก็ช่าง แทรกก็ช่าง ผมรับหมด ใช้กำลัง ๑๐๘ ”
ก็บอกว่า “ ได้ ”

กำลัง ๑๐๘ เป็นอย่างไร

ถ้าเราจะใช้กำลัง ๑ ต่อ ๑ ต่อ ๑ สตางค์ อย่างพระอาทิตย์ ๖ นี่ เอ้า กำลัง ๖ ก็ ๖ สตางค์ พระจันทร์ ๑๕ ก็ ๑๕ สตางค์ อย่างนี้ก็ได้ หรือว่าจะรับหมด เอ้า เงิน ๑ สตางค์ไม่มี ใช้สลึง ๑๐๘ สลึง เอาเข้าไปเลย บูชาพระเคราะห์ทั้งหมด อย่างนี้ ๑๐๘ สลึง เท่ากับ ๒๗ บาท มันก็พอไหว ถ้ามีสตางค์มาก เอ้า สลึงน้อยไป เอากำลังละ ๒ สลึงก็ได้ หรือกำลังละ ๑ บาท ถ้ากำลังละ ๑ บาท ก็ ๑๐๘ บาท

สำหรับเครื่องสักการะบูชาที่วัดจัดให้ไม่คิดราคา ใครจะช่วยหรือไม่ช่วยไม่เป็นไร ก็ลูกก็หลานทุกคนนี่ จะมานั่งคิดอะไรกัน ไอ้ที่ทำขึ้นมานี่ก็ลูกหลานทำให้ เป็นเงินทั้งหมด ที่รับมานี่โปรดทราบ จะเอาจะใช้เองนี่ไม่ได้ อย่างฉันนี่ใช้เองไม่ได้ จะต้องเอาเงินนี่ไปใช้

๑. ถวายสังฆทาน คือเลี้ยงพระ ซื้อยารักษาโรคพระ ใช้ค่ากระแสไฟฟ้า เป็นต้น และเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์ทั้งหมด
๒. เอาไปก่อสร้างเป็นวิหารทาน
๓. ช่วยฝ่ายธรรมะเป็นธรรม

สำหรับพระสวด

พระสวดนี่ใช้ ๒๑ องค์ ฉะนั้นคนที่มาน้อยๆ อย่ามานะ งานสะเดาะพระเคราะห์น้อยๆ นะอย่ามา เดี๋ยวจ่ายสตางค์มาก ถ้าหากว่ามากันคนละนิดคนละหน่อยจ่ายสตางค์มาก เพราะอะไร เพราะพระสวดกัน ๒๑ องค์ เราก็เกรงใจ จะไม่ถวายท่านก็เกรงใจ มันก็ไม่คู่ไม่ควร โดยมากคนไทยเราขี้เกรงใจ ไอ้ถวายน้อยก็หนักใจ ถวายมากก็ไม่ไหว ก็มากันซะหลายๆ คน

พระสวด ๒๑ องค์ ท่านจะสวด ๕ บท ๕ บท ตามคำแนะนำของครูใหญ่

บทที่ ๑ อิติปิ โส เจริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ คุณพระพุทธเจ้า

พุทโธ อัปปมาโณ คุณพระพุทธเจ้าหาประมาณไม่ได้
ธัมโม อัปปมาโณ คุณของพระธรรมหาประมาณไม่ได้
สังโฆ อัปปมาโณ คุณพระสงฆ์หาประมาณไม่ได้

เราฟังไปก็ซึ้งใจ นึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ บุญหรือความดีของท่านและความดีของเราสามารถจะทำเหตุร้ายให้ค่อยๆ สลายตัวไปได้

บทที่ ๒ พาหุง บทนี้แสดงถึงพระพุทธเจ้าทรงชนะทุกอย่าง ประกาศความชนะของพระพุทธเจ้า เราตั้งใจฟังสดับในความเคารพในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ อธิษฐานขอให้ชนะศัตรูทุกอย่างตามที่พระพุทธเจ้าทรงชนะ

บทที่ ๓ อุเทตยัญจักขุมา บทนี้พระพทุธเจ้า สมัยที่เป็นนกยูง ท่านสวดแล้วท่านไม่ติดบ่วง คืออันตรายภัยต่างๆ บ่วงภัยต่างๆ จะแคล้วคลาดกันเวลากลางวัน

บทที่ ๔ อเปตยัญจักขุมา บทนี้จะแคล้วคลาดภัยในเวลากลางคืน

บทที่ ๕ มหาการุณิโก แสดงถึง มหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า บทนี้ตั้งใจคิด จะมี บทชยันโต ต่ออยู่ข้างใน

ตอนนี้ทุกคนเมื่อเวลาพระเริ่มสวด ชยันโต ให้ตั้งใจรับ พระพุทธมนต์ เจ้าพิธีจะพรมน้ำมนต์แก่ทุกคน ถ้าคนมากจะเริ่มพรมน้ำมนต์ตั้งแต่ขึ้น มหาการุณิโก ถ้าคนน้อยจะพรมน้ำมนต์ตั้งแต่ ชยันโต เป็นอันว่าพิธีแค่นี้สำหรับคน

ต่อไปเวลาที่จะเข้ามาทำพิธีสะเดาะเคราะห์หรือรับพระเสวยอายุ ให้ไปหาพระขอหมายเลข ท่านจะให้มาเป็นคนหมายเลขที่เท่าไร ส่วนของเงินถวายพระสวด เงินถวายพระสวดนี่ใครจะเต็มใจถวายเท่าไรก็ได้นะ ไม่ถวายพระก็ไม่ว่า ถวายเข้ามาก็ใส่ขันรวมกัน เพราะอาตมาจะหารถวายท่านเป็นสังฆทาน เป็นสังฆทานพิเศษสำหรับพระสวด แล้วก็เงินที่บูชาพระเคราะห์ทั้งหมดก็จะทำเป็นสังฆทาน วิหารทาน และธรรมทาน


สำหรับเจ้าพิธี


เจ้าพิธีต้องทำตามนี้ (ถ้าใครจะทำนะ) เมื่อทุกคนเข้าที่สงบ ทุกคนบูชาพระเคราะห์ตามกำลังวันแล้ว ตามใจนะจะรับทีเดียวหมดทั้ง ๑๐๘ องค์ ก็ได้ ใส่ตู้ไปตามกำลังของแต่ละองค์ ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เงินเหรียญจะหนักมาก มันจะแย่ ถ้าใช้วิธีรวม ๑๐๘ ให้ใส่ขัน ชันนี่พระจะตั้งไว้ ๑๐๘ สตางค์ ๑๐๘ สลึง ๑๐๘ อะไรก็ได้ไม่ได้ว่า ถ้าจะรับแต่ละองค์ตามพระแทรก และพระเสวยอายุก็ตามใจไม่ได้ว่าอะไร

ถามว่า "องค์พระองค์ละเท่าไร ถ้าเสวยอายุ"
ก็บอกว่า "ตามใจ ๑ สตางค์ ก็ได้ ๑ สลึงก็ได้" กำลังละ อย่างพระอาทิตย์ ๖ ก็ ๖ สตางค์ หรือ ๖ สลึง หรือ ๖ ของ ๒ สลึง ๖ ของ ๑ บาท ก็ว่ากันไปตามเรื่องตามราวตามกำลังไม่จำกัด

พิธีตอนต้น

เมื่อเริ่มเข้ามานั่ง พระเจ้าพิธีจะให้ศีล ตอนนี้ ให้ทุกคนรับศีลด้วยความเคารพ การทำนี่ต้องมีศรัทธานะ ถ้าไม่มีศรัทธาก็อย่ามาทำ หรือนักปราชญ์ที่ฉลาดมากจะหาว่าแนะนำถือว่าคนตื่นข่าวก็อย่าเสือกนะ ชาวบ้านน่ะเขาถือกันมานานแล้ว ที่ทำให้สบายใจ เราไม่ถือก็จงอย่าถือ อย่าเสือกเข้ามายุ่งกับเขา เพราะเขาต้องไปสะเดาะเคราะห์เสียกันเป็นพันเป็นหมื่น ไอ้นี่อุตส่าห์ทำให้เสียเล็กๆ น้อยๆ ไอ้ของแพงๆ ก็ไม่ให้เสียไม่ต้องไปซื้อจัดให้ ถ้านึกจะให้สตางค์หรือไม่ให้สตางค์ก็ไม่ว่า

ฉะนั้น นักปราชญ์ที่เสือกก็จงอย่าพยายามเสือก จะไม่ยั้งตัวนะ ถือขืนพูดมากลิ้นจะเน่า นี่ไม่ได้แช่งนะ ไอ้ที่เขาว่าลิ้นเน่านะ เพราะพูดไม่ดี ชาวบ้านเขาเกลียด ก็เหมือนคนลิ้นเน่า เออ จะเน่าเสียจริงๆ ก็ตามใจ ไม่ได้ว่าอะไร ก็ดีจะได้ไม่ต้องพูดต่อไป นักปราชญ์เสือกๆ นี่มีมาก

เมื่อเริ่มต้นพิธี เจ้าพิธีจะให้ทุกคนสมาทานศีล สมาทานศีล ๕ แล้วเจ้าพิธีจะเชิญเทวดา ตามพิธีกรรมที่เราทำกันเวลาสวดมนต์

เมื่อเจ้าพิธีเชิญเทวดาเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้าวมหาราช เชิญท้าวมหาราชก่อน เพราะท้าวมหาราชมีหน้าที่ปกป้องรักษามนุษย์โดยตรง ท้าวจาตุโลกบาลผู้รักษาโลก คนไม่เชื่ออย่าเสือกมายุ่งนะ นี่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าอย่างนั้น นี่ทำเฉพาะคนเชื่อนะ ถ้ามาถามจุกจิกๆ ได้ผลเป็นอย่างไร ระวังๆ ให้ดี ระวังให้ดี ไม่ได้เชิญให้เข้ามาเสือก นี่พูดกันตรงไปตรงมา เพราะคนเสือกนี่มีมาก ขี้เกียจพูดดีแล้ว พูดดีเท่าไรมันก็เสือกมากเท่านั้นละ พูดชั่วซะมั่งจะได้ไม่เสือก ถ้าขืนเสือกอีกจะแช่งซะดีไหม ไม่แช่งละ ให้มันเป็นของมันเอง ปากคอเน่า ลิ้นเน่า มันก็หมดเรื่องหมดราวให้มันเป็นเอง ไม่แช่งละ ทำให้คนสบายใจ

เจ้าพิธีจะต้องถามท้าวมหาราช คนหมายเลขเท่าไรเป็นกรณีพิเศษอะไรบ้าง ถ้าท้าวมหาราชบอกว่าต้องทำอย่างไรก็บันทึกไว้ บางทีจะมีหลายๆ คน และก็สั่งให้บุคคลปฏิบัติตามนั้น เขาจะเชื่อเขาจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติเป็นเรื่องของเขา เรามีหน้าที่บอกก็บอกไป

ถ้าจะปล่อยสัตว์ ปล่อยสัตว์นี่อย่ามาปล่อยที่วัดนี้ ราคามันแพง ไอ้เจ้าพวกขายสัตว์ต่างๆ มันก็ดันขึ้นราคา ถ้าคนมากก็ขึ้นราคา อย่าไปซื้อมัน ไปหาที่อื่นถมเถไป ไม่จำเป็นต้องที่นี่ละ ถ้าราคาถูกๆ ก็ซื้อ ถ้าแพงไปบ้านเรา ไปถึงโน่นทำมัน ไม่จำเป็นต้องวัดนี้หรอก ปล่อยวัดอื่นก็ได้ ที่อื่นเขาขายถูกๆ ไปซื้อที่นั่น

สัตว์ที่จะพึงถูกฆ่า ถ้าท่านสั่งปล่อยหรือทำอย่างไรก็ตามใจท่านท้าวมหาราช ท่านว่าอย่างไรก็ตามนั้น เจ้าพิธีห้ามเปลี่ยนแปลงคำสั่งของท้าวมหาราช และก็บุคคลใดจะมีผลเป็นประการใด ถ้าคนอื่นจะให้สวด ท่านจะให้สวดอะไร จะทำพิธีแบบไหน บอกเขา

ต่อไปคนที่กรรมไม่หนัก ท่านจะบอกให้ทำเหมือนๆ กัน ทำอย่างไรก็ว่าตามท่าน แต่พิธีลอยเครื่องบูชานี่ไม่เป็นไร ทางวัดจะจัดให้ ไม่ต้องลอยเอง จะจัดกระทงใหญ่ จัดลอยรวมให้ มีอะไรบ้างที่จะพูด หลังจากนั้นท่านสั่งให้สวดอะไรก็สวด

ถ้าหลังจากเชิญท่านท้าวมหาราชแล้ว ขอให้ตั้ง สัคเค ชุมนุมเทวดาทั่วไป ตอนนี้ขออาราธนาพระรัตนตรัยโดยตรง ท่านจะมีคำสั่งให้เจ้าพิธีใช้อะไรละ ใช้อะไรดี เรียกอะไรดีล่ะ ใช้ ทิพยจักขุญาณ และ ปัจจุปันนังสญาณ ถามพระท่านว่า คนไหนมีเคราะห์ที่มีความสำคัญจะแก้ด้วยวิธีไหน คือท้าวมหาราชท่านบอกมาแล้วก็ถามพระอีกที หรือจะแก้วิธีไหนทำอย่างไรถึงจะมีลาภสักการะดี

ถามว่า "เคราะห์จะหมดไหม"
ก็ขอตอบว่า หมดไม่ได้นะ อย่าไปเชื่อใครว่าเคราะห์หมด ถ้ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด เรายังต้องมีเคราะห์ แต่เคราะห์มันน้อยลงไป

เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คนสวดมนต์ตามคำสั่งแล้วก็หลังจากนั้นก็เป็นการเลิกพิธีและพิธีกรรมจะเอาอย่างนี้ก็ได้ ให้ศีลเสร็จ ชุมนุมเทวดาเบื้องต้น เชิญท้าวมหาราช ถามท่านท้าวมหาราช ชุมนุมเทวดาใหญ่ ถามพระ หลังจากนั้นเมื่อท่านตอบเสร็จ บอกบทกรรมเสร็จ ท่านสั่งให้ทุกคนสวดอะไร หรือจะทำเวลาไหน ให้ฟังคำท่านนะ หลังจากนั้นให้ทุกคนฟังพระสวดพระปริตรตามที่ท่านสั่ง ด้วยความเคารพ หากว่าท่านสั่งให้สวดอะไรอีก เฉพาะพวกที่สะเดาะเคราะห์ก็สวดตามนั้น รับพระพุทธมนต์เสร็จเป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับน้ำพระพุทธมนต์นั้นต้องรับเวลาที่พระสวด มหาการุณิโก หรือตอน ชยันโต สุดแล้วแต่คนมากคนน้อย ก็พอจำกันได้นะ

ที่มา/อ้างอิง/ผู้เขียน : พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี
หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นเผยแพร่แก่สาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา/วิทยาทานเท่านั้น
บันทึก : วันอังคาร ที่ 24 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2552